มานาวันที่ 24 ตค 61-กิจการ 2:22-36
มานาวันที่ 24 ตค 61-กิจการ 2:22-36
2:22"ท่านทั้งหลายผู้เป็นชนชาติอิสราเอล ขอฟังคำของข้าพเจ้า คือพระเยซูชาวนาซาเร็ธ เป็นผู้ที่พระเจ้าทรงโปรดชี้แจงให้ท่านทั้งหลายทราบ โดยการอิทธิฤทธิ์ การอัศจรรย์และหมายสำคัญต่างๆซึ่งพระเจ้าได้ทรงกระทำโดยพระองค์นั้น ท่ามกลางท่านทั้งหลาย ดังที่ท่านทราบอยู่แล้ว 2:23พระเยซูนี้ทรงถูกมอบไว้ตามที่พระเจ้าได้ทรงดำริแน่นอนล่วงหน้าไว้ก่อน ท่านทั้งหลายได้ให้คนอธรรมจับพระองค์ไปตรึงที่กางเขนและประหารชีวิตเสีย 2:24พระเจ้าได้ทรงบันดาลให้พระองค์คืนพระชนม์ ด้วยทรงกำจัดความเจ็บปวดแห่งความตายเสีย เพราะว่าความตายจะครอบงำพระองค์ไว้ไม่ได้ 2:25เพราะกษัตริย์ดาวิดได้ทรงกล่าวถึงพระองค์ว่า "ข้าพเจ้าได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าตรงหน้าข้าพเจ้าเสมอ เพราะว่าพระองค์ประทับที่มือขวาของข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะมิได้หวั่นไหว 2:26เพราะฉะนั้น จิตใจของข้าพเจ้าจึงยินดี และลิ้นของข้าพเจ้าจึงเปรมปรีดิ์ อนึ่งร่างกายของข้าพเจ้าจะอยู่ด้วยความไว้ใจ 2:27เพราะพระองค์จะไม่ทรงละข้าพระองค์ไว้ในแดนคนตาย ทั้งจะไม่ทรงให้องค์บริสุทธิ์ของพระองค์เปื่อยเน่าไป 2:28พระองค์ได้ทรงโปรดให้ข้าพระองค์ทราบทางแห่งชีวิตแล้ว พระองค์ทรงโปรดให้ข้าพระองค์มีความยินดีเต็มเปี่ยมหน้าพระพักตร์ของพระองค์ 2:29"พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้ามีใจกล้าที่จะกล่าวแก่ท่านทั้งหลายถึงดาวิดบรรพบุรุษของเราว่า ท่านสิ้นชีวิตแล้วฝังไว้ และอุโมงค์ฝังศพของท่านยังอยู่กับเราจนถึงทุกวันนี้ 2:30ท่านเป็นผู้เผยพระวจนะ และทราบว่าพระเจ้าตรัสสัญญาไว้แก่ท่านด้วยพระปฏิญาณว่า พระองค์จะทรงประทานผู้หนึ่งในวงศ์ตระกูลของท่านให้ประทับบนพระที่นั่งของท่าน 2:31กษัตริย์ดาวิดก็ทรงล่วงรู้เหตุการณ์นี้ก่อน จึงทรงกล่าวถึงการคืนพระชนม์ของพระคริสต์ว่า พระเจ้ามิได้ทรงละพระองค์ไว้ในแดนคนตาย ทั้งพระมังสะของพระองค์ก็ไม่เปื่อยเน่าไป 2:32พระเยซูนี้พระเจ้าได้ทรงบันดาลให้คืนพระชนม์แล้ว ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นพยานในข้อนี้ 2:33เหตุฉะนั้นเมื่อทรงเชิดชูพระองค์ขึ้นอยู่ที่พระหัตถ์เบื้องขวาของพระเจ้า และครั้นพระองค์ได้ทรงรับพระวิญญาณบริสุทธิ์จากพระบิดาตามพระสัญญา พระองค์ได้ทรงเทฤทธิ์เดชนี้ลงมา ดังที่ท่านทั้งหลายได้ยิน และเห็นแล้ว 2:34เหตุว่าท่านดาวิดไม่ได้ขึ้นไปยังสวรรค์แต่ท่านได้กล่าวว่า "พระเจ้าตรัสกับองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าว่า จงนั่งขวามือของเรา 2:35จนกว่าเราจะกระทำให้ศัตรูของเจ้าอยู่ใต้เท้าเจ้า 2:36เหตุฉะนั้น ให้พงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งปวงทราบแน่นอนว่า พระเจ้าได้ทรงยกพระเยซูนี้ ซึ่งท่านทั้งหลายได้ตรึงไว้ที่กางเขนนั้น ทรงตั้งขึ้นให้เป็นทั้งองค์พระผู้เป็นเจ้าและเป็นพระคริสต์""พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้ามีใจกล้าที่จะกล่าวแก่ท่านทั้งหลายถึงดาวิดบรรพบุรุษของเราว่า ท่านสิ้นชีวิตแล้วฝังไว้ และอุโมงค์ฝังศพของท่านยังอยู่กับเราจนถึงทุกวันนี้ 2:30ท่านเป็นผู้เผยพระวจนะ และทราบว่าพระเจ้าตรัสสัญญาไว้แก่ท่านด้วยพระปฏิญาณว่า พระองค์จะทรงประทานผู้หนึ่งในวงศ์ตระกูลของท่านให้ประทับบนพระที่นั่งของท่าน 2:31กษัตริย์ดาวิดก็ทรงล่วงรู้เหตุการณ์นี้ก่อน จึงทรงกล่าวถึงการคืนพระชนม์ของพระคริสต์ว่า พระเจ้ามิได้ทรงละพระองค์ไว้ในแดนคนตาย ทั้งพระมังสะของพระองค์ก็ไม่เปื่อยเน่าไป 2:32พระเยซูนี้พระเจ้าได้ทรงบันดาลให้คืนพระชนม์แล้ว ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นพยานในข้อนี้ 2:33เหตุฉะนั้นเมื่อทรงเชิดชูพระองค์ขึ้นอยู่ที่พระหัตถ์เบื้องขวาของพระเจ้า และครั้นพระองค์ได้ทรงรับพระวิญญาณบริสุทธิ์จากพระบิดาตามพระสัญญา พระองค์ได้ทรงเทฤทธิ์เดชนี้ลงมา ดังที่ท่านทั้งหลายได้ยิน และเห็นแล้ว 2:34เหตุว่าท่านดาวิดไม่ได้ขึ้นไปยังสวรรค์แต่ท่านได้กล่าวว่า "พระเจ้าตรัสกับองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าว่า จงนั่งขวามือของเรา 2:35จนกว่าเราจะกระทำให้ศัตรูของเจ้าอยู่ใต้เท้าเจ้า 2:36เหตุฉะนั้น ให้พงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งปวงทราบแน่นอนว่า พระเจ้าได้ทรงยกพระเยซูนี้ ซึ่งท่านทั้งหลายได้ตรึงไว้ที่กางเขนนั้น ทรงตั้งขึ้นให้เป็นทั้งองค์พระผู้เป็นเจ้าและเป็นพระคริสต์"
ปลายทาง
2:28พระองค์ได้ทรงโปรดให้ข้าพระองค์ทราบทางแห่งชีวิตแล้ว พระองค์ทรงโปรดให้ข้าพระองค์มีความยินดีเต็มเปี่ยมหน้าพระพักตร์ของพระองค์
ทำไมเหล่าสาวกของพระเจ้าถึงยอมที่จะถูกฆ่าตาย ทั้งๆที่เขารู้ว่าพันธกิจที่เขาทำจะนำมาซึ่งความตายแก่พวกเขา
เพราะทุกคนรู้ว่า เส้นทางที่เดินตามของพระเจ้าต่อให้เจ็บปวดทุกข์ทรมานแค่ไหน ผลลับที่ได้นั้นมันคุ้มค่าเกินกว่าที่จะได้รับ แม้แต่พระเยซูผู้เป็นบุตรของพระเจ้า ยังต้องตายอย่างทุกข์ทรมาน พระองค์ทรงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าว่าเป็นอย่างไร แต่พระองค์ก็ทรงยอมที่จะถูกกระทำ เพราะพระองค์รู้ว่าพระเจ้าทรงมีเหตุผลบางอย่างที่ต้องมีเหตุการณ์เหล่านี้ ซึ่งนั้นคือ การตายเพื่อไถ่บาปให้กับพวกเราทุกคน เพื่อล้างความบาปของคนบาปอย่างเรา แล้วพระเจ้าก็ให้พระองค์ฟื้นขึ้นมาจากความตาย เพื่อให้ผู้คนรู้ว่าพระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่เพื่อช่วยเราทุกคน
เส้นทางชีวิตของเราก็เช่นกัน ในบางเวลาเราก็ต้องเจอกับเรื่องราวที่ยากในการที่จะเดินต่อ เพราะเราไม่รู้ว่าเป้าหมายที่จะไปนั้นคืออะไร มันเลยทำให้ยากต่อการที่จะไปต่อ แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่าเรามีชีวิตเพื่ออะไร อะไรที่สำคัญ อะไรที่ไม่สำคัญ ปลายทางของเราคืออะไร
ฉะนั้นไม่ว่าตอนนี้เราจะอยู่ในความทุกข์ยากลำบาก สักแค่ไหน ขอให้เรารู้ว่า พระองค์ทรงมีเหตุผล และวางปลายทางของเราไว้แล้ว และสิ่งที่พระเจ้าทรงมอบให้เรานั้นมันจะดีเสมอ
จงชื่นชมยินดีในทุกๆเรื่องราว ขอบพระคุณและวางใจในพระเจ้าเสมอ ต่อให้เราเจอเรื่องราวที่ยากที่จะไปต่อ ขอให้ระลึกเสมอว่า "สิ่งใดที่เกิดขึ้นแล้ว มักจะดีเสมอ" ^^
ข้าแต่พระเจ้าพระบิดา ขอบพระคุณพระองค์สำหรับทุกๆเรื่องราว ทุกๆเหตุการณ์ ที่ลูกได้เจอ ขอบคุณความเปลี่ยนแปลง มุมมอง ความคิดใหม่ ที่ให้ลูกเหตุการณ์เหล่านั้น ลูกขอวางใจในพระองค์ตลอดไป เอเมน...
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น